วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนานเป็นสองรูปแบบหลักของการเชื่อมต่อส่วนประกอบไฟฟ้า ซึ่งมีความแตกต่างกันทั้งในด้านการทำงาน การกระจายแรงดันไฟฟ้า และการไหลของกระแสไฟฟ้า ต่อไปนี้คือคำอธิบายหลักการทำงานของวงจรทั้งสองแบบ:

1. วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม (Series Circuit)
ในวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม ส่วนประกอบไฟฟ้าหลายตัวจะเชื่อมต่อกันต่อเนื่องเป็นเส้นเดียว โดยกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านแต่ละส่วนประกอบในลำดับต่อกัน
หลักการทำงาน
- กระแสไฟฟ้า (Current): กระแสไฟฟ้าในวงจรอนุกรมจะไหลผ่านทุกส่วนประกอบในปริมาณเท่ากัน กล่าวคือกระแสจะคงที่ในทุกจุดของวงจร
- แรงดันไฟฟ้า (Voltage): แรงดันไฟฟ้าจากแหล่งจ่ายจะถูกแบ่งออกไปตามส่วนประกอบต่างๆ ตามความต้านทานของแต่ละส่วน ยิ่งส่วนประกอบมีความต้านทานมาก แรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมส่วนประกอบนั้นก็จะมากขึ้น
- ความต้านทานรวม (Total Resistance): ในวงจรอนุกรม ความต้านทานรวมของวงจรจะเป็นผลรวมของความต้านทานของทุกส่วนประกอบ ซึ่งสามารถคำนวณได้จากสมการ:Rtotal=R1+R2+R3+…R_\text{total} = R_1 + R_2 + R_3 + \dotsRtotal=R1+R2+R3+…
ข้อดีและข้อเสีย
- ข้อดี: วงจรอนุกรมมีการออกแบบที่ง่าย เข้าใจง่าย และเหมาะสำหรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ต้องการให้ทำงานพร้อมกันทั้งหมด
- ข้อเสีย: หากส่วนประกอบใดส่วนหนึ่งในวงจรขาดหรือเสีย วงจรทั้งหมดจะหยุดทำงาน เนื่องจากกระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านได้
ตัวอย่าง:
- การเชื่อมต่อหลอดไฟหลายหลอดในสายไฟชุดเดียวกัน หากหลอดไฟหลอดใดขาด หลอดไฟทั้งหมดในวงจรจะดับลง
2. วงจรไฟฟ้าแบบขนาน (Parallel Circuit)
ในวงจรไฟฟ้าแบบขนาน ส่วนประกอบไฟฟ้าหลายตัวจะเชื่อมต่อกันเป็นสายไฟหลายสาย โดยทุกสายจะเชื่อมเข้ากับจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเดียวกันของแหล่งจ่ายไฟฟ้า
หลักการทำงาน
- กระแสไฟฟ้า (Current): กระแสไฟฟ้าในวงจรขนานจะแบ่งออกไปตามแต่ละสาขา (branch) ซึ่งกระแสที่ไหลผ่านแต่ละสาขาจะขึ้นอยู่กับความต้านทานของสาขานั้น
- แรงดันไฟฟ้า (Voltage): แรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมทุกส่วนประกอบในวงจรขนานจะเท่ากันทุกจุด เนื่องจากทุกส่วนประกอบเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าโดยตรง
- ความต้านทานรวม (Total Resistance): ความต้านทานรวมของวงจรขนานจะน้อยกว่าความต้านทานของแต่ละส่วนประกอบ สามารถคำนวณได้จากสมการ:1Rtotal=1R1+1R2+1R3+…\frac{1}{R_\text{total}} = \frac{1}{R_1} + \frac{1}{R_2} + \frac{1}{R_3} + \dotsRtotal1=R11+R21+R31+…
ข้อดีและข้อเสีย
- ข้อดี: หากส่วนประกอบใดส่วนหนึ่งในวงจรเสียหรือขาด วงจรส่วนอื่นๆ จะยังทำงานได้ตามปกติ เนื่องจากแต่ละส่วนประกอบทำงานอย่างอิสระจากกัน
- ข้อเสีย: การออกแบบวงจรขนานอาจซับซ้อนกว่าและต้องใช้สายไฟมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับวงจรอนุกรม
ตัวอย่าง:
- การเชื่อมต่อไฟในบ้าน มักเป็นวงจรขนาน เพราะหากหลอดไฟดวงใดดวงหนึ่งขาด ดวงไฟอื่นๆ จะยังคงทำงานได้
สรุปความแตกต่างระหว่างวงจรอนุกรมและวงจรขนาน
คุณสมบัติ | วงจรอนุกรม (Series Circuit) | วงจรขนาน (Parallel Circuit) |
---|---|---|
กระแสไฟฟ้า | กระแสไหลผ่านทุกส่วนประกอบเท่ากัน | กระแสจะแบ่งออกตามสาขาต่างๆ |
แรงดันไฟฟ้า | แรงดันถูกแบ่งตามส่วนประกอบต่างๆ | แรงดันเท่ากันในทุกสาขา |
ความต้านทานรวม | เป็นผลรวมของความต้านทานทั้งหมด | ความต้านทานรวมลดลงเมื่อเพิ่มสาขา |
ผลกระทบเมื่อส่วนประกอบขาด | วงจรทั้งหมดหยุดทำงาน | ส่วนที่เหลือยังคงทำงานได้ปกติ |
วงจรทั้งสองแบบมีข้อดีและการใช้งานที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน วงจรอนุกรมมักเหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการการทำงานร่วมกัน ในขณะที่วงจรขนานเหมาะสำหรับการทำงานแยกกันของแต่ละอุปกรณ์
HOTLINE-061-417-5732
https://www.facebook.com/changfidotcom
Line: @changfi
วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน, วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม, วงจรไฟฟ้าแบบขนาน
ช่างไฟดอทคอม
ช่างไฟดอทคอม เป็นเว็บไซต์ ช่างไฟฟ้า ซึ่งบริการ งานช่างไฟฟ้า 24 ชม หรือ งานซ่อมบำรุง ระบบ ช่างไฟฟ้าเร่งด่วน สามารถโทรเข้าเรียกใช้บริการ ช่างไฟฟ้าใกล้ฉัน มองหาช่างไฟฟ้าบ้าน ช่างไฟฟ้าใกล้บ้าน ช่างไฟฟ้าอาคาร หรือ ช่างไฟฟ้าโรงงาน สอบถามบริการช่างไฟฟ้า เรามีทีมงาน ช่างไฟฟ้า คอยให้บริการ คอยตอบคำถาม ..ทักช่างไฟฟ้า ขอใบเสนอราคาช่างไฟดอทคอม บริษัทเออีซีเอ็นจิเนียริงจำกัด
ขั้นตอนการใช้บริการ
แอดไลน์ > แจ้งปัญหา > รอราคา > ตกลงราคา > รับบริการ

