เลือกขนาดหลักดินและสายดินอย่างไรดี ?

สายดินที่ติดตั้งในระบบไฟฟ้ามีขึ้นสำหรับเสริมความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า และสามารถป้องกันอันตรายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้ารั่วได้ โดยกระแสไฟฟ้ารั่วจะไหลผ่านสายดิน และไหลลงไปในดิน แทนที่จะไหลเข้าร่างกายของมนุษย์ที่อาจจะก่อให้เกินอันตราย หรือทำให้เสียชีวิตได้ โดยสายดินจะมี 2 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้ สายตัวนำไฟฟ้า และหลักดิน

สายดินคาดเขียว

หลักดิน มีลักษณะเป็นแท่งโลหะที่ฝังลงในดินเพื่อเป็นตัวเชื่อมสายตัวนำไฟฟ้าจากเมนสวิตซ์เข้ากับหลักดิน โดยหลักดินห้ามใช้อะลูมิเนียมหรือโลหะผสมอะลูมิเนียมเป็นหลักดิน

การเลือกสายดิน หรือขนาดของสายกราวด์ จะต้องมีลักษณะทางกายภาพเป็นสายไฟชนิดแกนเดียว ภายในสายจะต้องประกอบด้วยลวดตัวนำที่ทำมาจากทองแดง และหุ้มด้วยฉนวน PVC โดยสายดินจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆดังนี้

  1. สายดินที่ใช้ในวงจรย่อยซึ่งต่อมาจากเต้ารับ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า
  2. สายสำหรับต่อหลักดิน เป็นสายที่ต่อสายดินย่อยๆรวมกัน

มาตรฐานสายต่อหลักดินตาม ว.ส.ท. สายที่ต่อจากหลักดินมายังจุดต่อหลักดิน (ground bus) หรือต่อจากหลักดิน มายัง ground bus ในตู้ consumer unit โดยตรง

ขนาดสายประธาน กับ สายดิน

มาตรฐานสายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าตาม ว.ส.ท. สายดินที่เดินไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า(บริภัณฑ์ไฟฟ้า)

ขนาดเครื่องป้องกันกระแส กับ สายดิน

แท่งหลักดินที่ดีควรทำมาจากแท่งเหล็กที่หุ้มด้วยทองแดง แท่งทองแดง หรือแท่งเหล็กที่หุ้มด้วยสังกะสี โดยมาตรฐานของแท่งหลักดินถูกกำหนดไว้ว่าต้องมีมาตรฐานเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ⅝ นิ้วและมีความยาวไม่ต่ำกว่า 2.40 m.

สายต่อหลักดิน

( Grounding Electrode Conductor )

สายต่อหลักดิน คือ สายที่ใช้ต่อระหว่างหลักดินกับส่วนทั้งสี่ต่อไปนี้ คือ

  1. สายต่อฝากหลัก
    (Main
    Bonding Jumper)
  2. สายต่อหลักดิน
    (Grounding
    Electrode Conductors)
  3. สายที่มีการต่อลงดิน
    (Grounded
    Conductors)
  4. สายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้า
    (Equipment Grounding Conductors)
กล่องเทสบ๊อกลงดิน

รูปจาก https://blog.rmutl.ac.th/montri/assets/ee06.pdf

          การต่อลงดินของบริภัณฑ์ประธาน จะต้องกระทำทางด้านไฟเข้าเสมอ (Supply Side) ดังรูป

สายต่อหลักดินแบ่งชนิดได้ดังนี้

  • เป็นตัวนำทองแดง นำตัวเดี่ยว
    หรือตีเกลียวหุ้มฉนวน
  • ต้องมีฉนวนหุ้ม
  • เป็นสายยาวต่อเนื่อง
    ไม่ตัดต่อ แต่ถ้าเป็นบัสบาร์อนุญาตให้มีการต่อได้

การป้องกันและการติดตั้ง

มีคุณสมบัติดังนี้

  • ถ้าสายที่ต่อหลักดินไม่มีอะไรห่อหุ้ม
    จะต้องเดินสายให้ยึดติดกับพื้นผิว
  • ถ้าสายสายหลักดินเดินในสิ่งห่อหุ้ม
    จะต้องยึดสิ่งห่อหุ้มนั้นติดกับพื้นผิว
  • ท่อสายที่ใช้สำหรับป้องกันทางกายภาพได้แก่
    ท่อ RMC,IMC,PVC,EMT
    หรือเกาะสายเคเบิล

การป้องกันสายดินจากสนามแม่เหล็ก

      ถ้าใช้สิ่งห่อหุ้มสายต่อหลักดินแล้ว การป้องกันสายดินจากสนามแม่เหล็กต้องคำนึงถึง

  • มีความต่อเนื่องของไฟฟ้าจากบริภัณฑ์ไฟฟ้าไปยังหลักดิน
  • การห่อหุ้มต้องยึดติดกับหลักดิน
  • ถ้าสายต่อหลักดินไม่ได้มีสิ่งห่อหุ้มตลอดความยาว
    ปลายทั้งสองสิ่งห่อหุ้มเชื่อมเข้ากับสายต่อหลักดิน
    ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดความร้อนมากไปขณะเกิดการลัดวงจรลงดิน
บริภัณฑ์ ท่อ และ สายดิน

รูปจาก https://blog.rmutl.ac.th/montri/assets/ee06.pdf

การต่อสายต่อหลักดินเข้ากับหลักดิน

         สายหลักดินจะต้องไม่มีการตัดใดๆทั้งสิ้น การต่อหลักดินนั้น จะต้องเป็นการต่อที่เข้าถึงได้ และได้ผลดี แต่ถ้าต่อแบบฝั่งใต้ดิน การต่อก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบเข้าถึงได้เช่น หลักดินที่ตอกลุกไปใต้ดิน และระบบหลักดินที่ฝังตัวอยู่ในคอยกรีต เป็นต้น เพื่อการวักต้านทาน ดิน และ การซ่อมบำรุงรักษา ควรต่อหลักดินเข้ากับ Grounding Pit

บ่อกราวด์

รูปจาก https://blog.rmutl.ac.th/montri/assets/ee06.pdf

การต่อสายหลักดินเข้ากับหลักดินอาจทำได้โดย

  • การต่อด้วยความร้อน
  • หูสาย,หัวต่อแบบบีบอัด
  • ประกับต่อสาย
  • สิ่งอื่นที่ระบุให้ใช้ได้เฉพาะการนี้
  • ห้ามต่อโดยใช้การบัดกรีเป็นอย่างเดียว

     สายต่อหลักดินต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • ต้องเป็นทองแดงตีเกลียวหรือเดี่ยวเท่านั้น
  • ต้องมีการหุ้มฉนวน
  • และต้องเป็นสายเดียวยาวตลอด
    ไม่มีการตัดหรือนำมาต่อ
การเชื่อมต่อหลักดิน โมกราวด์

รูปจาก https://blog.rmutl.ac.th/montri/assets/ee06.pdf

ผู้เขียน : นาถชนก สารโภค

ช่างไฟดอทคอม
ช่างไฟที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ

ขนาดสายกราวด์, สายกราวด์, สายดิน, สายต่อหลักดิน