
Self-Healing Grid สำหรับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ เป็นแนวคิดที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อให้ระบบไฟฟ้าสามารถตรวจจับ แยกปัญหา และฟื้นฟูตัวเองได้โดยอัตโนมัติ เพื่อลดระยะเวลาที่ไฟฟ้าดับและเพิ่มความเสถียรของโครงข่าย
องค์ประกอบหลักของ Self-Healing Grid
- ระบบเซนเซอร์และ IoT – ใช้เซนเซอร์และอุปกรณ์ IoT เพื่อตรวจจับข้อผิดพลาด เช่น กระแสไฟฟ้าลัดวงจร แรงดันตก หรืออุณหภูมิที่สูงผิดปกติ
- AI และ Machine Learning – วิเคราะห์ข้อมูลจากเซนเซอร์และคาดการณ์ความผิดพลาดล่วงหน้า
- ระบบควบคุมแบบอัตโนมัติ – ใช้ SCADA และ Distributed Energy Resources (DERs) ในการตอบสนองต่อเหตุขัดข้อง
- Microgrid และพลังงานหมุนเวียน – ผสานพลังงานจากแหล่งต่าง ๆ เช่น แบตเตอรี่ แสงอาทิตย์ และกังหันลม เพื่อรักษาความต่อเนื่องของพลังงาน
- การสื่อสารความเร็วสูง – ใช้โครงข่าย 5G หรือระบบสื่อสารเฉพาะทางเพื่อให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว
กระบวนการทำงานของ Self-Healing Grid
- ตรวจจับความผิดปกติ – ระบบเซนเซอร์และอัลกอริทึม AI ตรวจจับปัญหาได้แบบเรียลไทม์
- วิเคราะห์และวินิจฉัยปัญหา – ใช้ AI ในการวิเคราะห์ต้นเหตุและจำลองสถานการณ์
- แยกส่วนที่เสียหาย – ใช้สวิตช์อัตโนมัติและระบบรีเลย์เพื่อแยกส่วนที่มีปัญหา
- ปรับโครงสร้างพลังงาน – เปลี่ยนเส้นทางพลังงานผ่านโครงข่ายสำรองหรือ Microgrid เพื่อจ่ายไฟฟ้าให้พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
- ฟื้นฟูและเรียนรู้ – ระบบจะปรับปรุงอัลกอริทึมให้ดีขึ้นจากข้อมูลที่ได้รับ
ข้อดีของ Self-Healing Grid
- ลดระยะเวลาไฟฟ้าดับ (SAIDI, SAIFI ลดลง)
- เพิ่มเสถียรภาพของโครงข่ายและลดความเสียหาย
- รองรับพลังงานหมุนเวียนและลดการปล่อยคาร์บอน
- ปรับตัวต่อภัยพิบัติ เช่น พายุ น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว
Self-Healing Grid จึงเป็นรากฐานสำคัญของ Smart Grid ในอนาคต ที่ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยืดหยุ่นมากขึ้น 🚀⚡
ขั้นตอนการใช้บริการ
แอดไลน์ > แจ้งปัญหา > รอราคา > ตกลงราคา > รับบริการ

